สหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนมีความคืบหน้า แม้ว่าประเด็นด้านความมั่นคงหลักยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ข่าวนี้ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของตลาดการเงินทั่วโลกโดยเฉพาะตลาดฟอเร็กซ์ โดยหลังจากมีสัญญาณเชิงบวก ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง ดอลลาร์และเยนถูกกดดัน ขณะที่ยูโรและสกุลเงินสินค้าโภคภัณฑ์ได้รับแรงหนุนในระยะสั้น ทำให้ตลาดฟอเร็กซ์ปรับตัวเชิงโครงสร้าง
ภาพรวมตลาดชี้ให้เห็นว่า ดัชนีดอลลาร์ (DXY) หลังข่าวปรับตัวลงจาก 103.20 เป็น 102.70 สะท้อนการไหลออกของเงินทุนจากสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะเดียวกัน เยนก็อ่อนค่า ดอลลาร์/เยน (USD/JPY) ปรับตัวขึ้นจาก 149.80 เป็น 150.35 แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงในตลาดที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน ยูโรได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนมีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจยุโรป เมื่อมีความคืบหน้า ราคาก๊าซธรรมชาติยุโรป (TTF) ลดลง 4.2% ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและหนุนยูโร ทำให้ EUR/USD ปรับขึ้นจาก 1.0760 เป็น 1.0835
นอกจากนี้ สินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมปรับตัวดีขึ้น ส่งผลต่อทิศทางของตลาดฟอเร็กซ์ ดัชนีหุ้น S&P500 ของสหรัฐฯ ปรับขึ้น 0.7% ดัชนียุโรป STOXX600 เพิ่มขึ้น 1.1% ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 2.8% ไปที่ 84.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาทองแดงเพิ่มขึ้น 1.9% ตลาดทั่วโลกสะท้อนถึง “ความคาดหวังว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จะลดลง” การฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ช่วยหนุนสกุลเงินสินค้า เช่น AUD/USD จาก 0.66 เป็น 0.668 และ USD/CAD ลดลงจาก 1.374 เป็น 1.368 ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 4.56% สะท้อนเงินทุนออกจากพันธบัตรและยืนยันแรงกดดันต่อดอลลาร์ในระยะสั้น
โดยรวมแล้ว สัญญาณเชิงบวกจากการเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ตลาดฟอเร็กซ์เกิดรูปแบบ “การลดความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย—สกุลเงินเสี่ยงปรับตัวขึ้น”: ดอลลาร์และเยนอ่อนค่า ขณะที่ยูโร ออสเตรเลียดอลลาร์ และแคนาดาดอลลาร์ได้รับแรงหนุน อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในอนาคตขึ้นอยู่กับสองปัจจัยสำคัญ: ประการแรก การเจรจาสามารถสร้างความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมได้หรือไม่ ประการที่สอง นโยบายของเฟดจะปรับตัวตามความเสี่ยงที่ลดลงหรือไม่ หากการเจรจาล้มเหลวหรือเกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้น เงินทุนจะกลับไปสนับสนุนดอลลาร์และเยน แต่หากสถานการณ์ดีขึ้น สกุลเงินสินค้าและยูโรมีโอกาสปรับตัวสูงต่อเนื่อง