ในช่วงที่ผ่านมา ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกได้เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนหันไปหาสินทรัพย์หลบภัยเช่นทองคำและเงิน เพื่อปกป้องมูลค่าทรัพย์สินของตน ผลักดันให้ราคาทองคำและเงินเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อดอลลาร์อ่อนตัวลง ตลาดหุ้นผันผวน และความเสี่ยงทางการเมืองสูงขึ้น คุณสมบัติของทองคำและเงินในการหลบภัยได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก บทความนี้จะวิเคราะห์พื้นฐานที่ทำให้ราคาทองคำและเงินเพิ่มขึ้น พร้อมกับข้อมูลที่รองรับ
1. ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์หลบภัย
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น เงินเฟ้อ การ วิกฤตห่วงโซ่อุปทาน และ ความตึงเครียดทางการเมือง โดยเฉพาะ สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่ทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกยิ่งไม่แน่นอน ขณะเดียวกัน การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐฯ) ได้ส่งผลกระทบต่อการแข็งค่าของดอลลาร์ แม้ว่าจะส่งผลในแง่ดีต่อตลาดเงิน แต่ก็ทำให้ตลาดเงินผันผวนมากขึ้น นักลงทุนจึงหันไปหาทองคำและเงินที่ถือเป็นสินทรัพย์หลบภัย
ความเสี่ยงทางการเมือง: สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนทำให้ตลาดพลังงานไม่เสถียร โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งมีการเพิ่มขึ้นของราคาก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน การหันไปลงทุนในทองคำช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนเหล่านี้
ความผันผวนในตลาดหุ้น: ดัชนีหุ้นหลักทั่วโลกได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนหันมาซื้อทองคำและเงินเพื่อปกป้องมูลค่าทรัพย์สิน ตัวอย่างเช่น ดัชนี S&P 500 และ NASDAQ ต่างก็ลดลงอย่างมาก ทำให้ความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น
แรงกดดันจากเงินเฟ้อ: ภาวะเงินเฟ้อในระดับสูงทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรป ราคาดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ยังคงสูง ส่งผลให้ทองคำได้รับความสนใจจากนักลงทุนในฐานะเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ
ตามข้อมูลจาก World Gold Council (WGC) ระบุว่าในไตรมาสแรกของปี 2024 ความต้องการทองคำทั่วโลกเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะในส่วนของการลงทุนในทองคำที่เพิ่มขึ้น 15% ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับในคุณสมบัติหลบภัยของทองคำ
2. ราคาทองคำและเงินพุ่งสูง ทองคำทะลุ 2000 ดอลลาร์
จากความต้องการสินทรัพย์หลบภัยที่เพิ่มขึ้น ราคาทองคำและเงินได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดย ราคาทองคำสปอต ได้ทะลุ 2000 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วน ราคาน้ำเงินสปอต ก็ทะลุ 25 ดอลลาร์/ออนซ์ การเพิ่มขึ้นของราคาทองคำและเงินมีปัจจัยขับเคลื่อนดังนี้:
ราคาทองคำทะลุ 2000 ดอลลาร์: ราคาทองคำทะลุระดับ 2000 ดอลลาร์/ออนซ์ อย่างมั่นคง ภายในเวลาเพียงสามเดือน ทองคำได้เพิ่มขึ้นประมาณ 15% จาก 1900 ดอลลาร์/ออนซ์ สู่ระดับสูงกว่า 2000 ดอลลาร์/ออนซ์ ทำให้ทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2024
ราคาน้ำเงินพุ่งแรงกว่า: ราคาน้ำเงินเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยทะลุ 25 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นประมาณ 18% น้ำเงินถือเป็นสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับทองคำ เมื่อทองคำได้รับความสนใจจากนักลงทุน น้ำเงินจึงมีแนวโน้มขยับขึ้นตามไปด้วย
ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ความต้องการทองคำและเงินในฐานะสินทรัพย์หลบภัยกำลังได้รับการสนับสนุนจากตลาดในช่วงนี้ โดยเฉพาะจากการที่ ธนาคารกลางทั่วโลก ยังคงซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง
3. ดอลลาร์อ่อนตัวและความไม่แน่นอนจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
การอ่อนตัวของดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ราคาทองคำและเงินเพิ่มขึ้น ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ดัชนีดอลลาร์ (DXY) มีการปรับตัวลดลง โดยได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่อไปนี้:
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด: แม้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะยังคงดำเนินอยู่ แต่การคาดการณ์เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในอนาคตยังคงมีความไม่แน่นอน เมื่อข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไม่แน่นอน ทำให้เกิดความสงสัยว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปหรือไม่
ผลกระทบจากการอ่อนตัวของดอลลาร์: การที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงทำให้ทองคำและเงินที่ตีเป็นดอลลาร์นั้นมีราคาถูกลง ส่งผลให้มีความต้องการซื้อทองคำและเงินมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่สกุลเงินอ่อนค่าลง
ตามข้อมูลจาก CME Group คาดว่าเฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงและทองคำได้รับการสนับสนุนจากการลดลงของค่าเงินดอลลาร์
4. แนวโน้มราคาทองคำและเงินในอนาคต: ความต้องการสินทรัพย์หลบภัยยังคงสนับสนุนราคา
ในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน ทองคำและเงินยังคงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนมองหาเพื่อป้องกันความเสี่ยง ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาทองคำและเงินในอนาคต ได้แก่:
เงินเฟ้อและนโยบายการเงิน: ความกดดันจากเงินเฟ้อยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรป การที่ทองคำและเงินเป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อจะยังคงทำให้เป็นที่สนใจของนักลงทุนในระยะยาว
ความเสี่ยงทางการเมือง: ความตึงเครียดในสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงไม่สงบ ซึ่งทำให้ความต้องการสินทรัพย์หลบภัยอย่างทองคำและเงินยังคงสูง
ความผันผวนในตลาดหุ้นและพันธบัตร: หากตลาดหุ้นยังคงมีความผันผวน โดยเฉพาะในตลาดหุ้นสหรัฐฯ นักลงทุนจะหันไปซื้อทองคำและเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยง
การคาดการณ์ราคาทองคำและเงินในอนาคต:
ทองคำ: คาดว่าราคาทองคำจะยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 2000 ดอลลาร์/ออนซ์ หากความต้องการสินทรัพย์หลบภัยยังคงสูง ราคาทองคำอาจพุ่งไปทดสอบ 2100 ดอลลาร์/ออนซ์
เงิน: ราคาน้ำเงินอาจจะยังคงเคลื่อนไหวตามทองคำ โดยมีเป้าหมายที่ 25 ดอลลาร์/ออนซ์ ถึง 28 ดอลลาร์/ออนซ์
บทสรุป
การเพิ่มขึ้นของราคาทองคำและเงินในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากความต้องการสินทรัพย์หลบภัยที่เพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองโลก ทองคำและเงินยังคงเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงและเงินเฟ้อที่มีประสิทธิภาพ นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจโลก นโยบายการเงิน และเหตุการณ์ทางการเมือง เพื่อทำการตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์หลบภัยให้เหมาะสม