ภาพรวมราคาเช้าวันศุกร์
ราคาน้ำมันอ่อนต่อราว 1.5% โดยเบรนท์ลงสู่บริเวณ 62 ดอลลาร์ และ WTI ใกล้ 58 ดอลลาร์ หลังตลาดรับข่าวความพยายามผลักดันข้อตกลงยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครนซึ่งลดพรีเมียมความเสี่ยงด้านอุปทาน ขณะเดียวกันดอลลาร์แข็งและความคาดหวังการลดดอกเบี้ยเดือนธันวาคมถอยลงยังบีบเพดานรีบาวด์ของโภคภัณฑ์พลังงานต่อเนื่อง
สิ่งที่ตัวเลขสต็อกสหรัฐบอกเรา
รายงานประจำสัปดาห์ของ EIA ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์สหรัฐสัปดาห์สิ้นสุด 14 พ.ย. ลดลง 3.4 ล้านบาร์เรล เหลือราว 424.2 ล้านบาร์เรล ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีราว 5% สะท้อนการระบายสต็อกจากฝั่งอุปสงค์เชิงปฏิบัติการ ขณะที่โรงกลั่นเดินเครื่องเฉลี่ย 16.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ อัตราใช้กำลังการกลั่น 90% สูงกว่าสัปดาห์ก่อนและเป็นแรงช่วยดึงสต็อก แม้นำเข้าจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
นักวิเคราะห์มองว่าการลดลงครั้งนี้มากกว่าคาด โดยปัจจัยหลักมาจากการเร่งเดินเครื่องกลั่นและการส่งออกที่สูงขึ้น ทำให้ภาพสต็อกสุทธิเอียงไปทางตึงตัวมากกว่าที่ตลาดกังวลก่อนหน้า
ด้านอุปทานโลก
โอเปกพลัสยืนยันแผน เพิ่มกำลังผลิตเพียงเล็กน้อยในเดือนธันวาคม และ พักการเพิ่มในไตรมาส 1 ปี 2026 เพื่อลดโอกาสส่วนเกินอุปทานในช่วงต้นปีหน้า สร้างพื้นรองรับด้านล่างให้ราคาบางส่วน แต่ยังไม่พอจุดพลุขาขึ้นถ้าดีมานด์โลกไม่เร่งตัวตาม
ซาอุดีอาระเบีย ปรับลด OSP สำหรับเอเชียในเดือนธันวาคม โดย Arab Light อยู่ราว พรีเมียม 1 ดอลลาร์เหนือโอมาน/ดูไบ สะท้อนการแข่งขันในตลาดและช่วยโรงกลั่นเอเชียด้านต้นทุน แต่ก็เป็นสัญญาณว่าเบื้องหลังยังมีแรงกดจากซัพพลายหลวม ๆ ในภูมิภาค
ความหมายต่อโทนตลาดวันนี้
สเปรด Brent–WTI ประมาณ 4–5 ดอลลาร์ บอกว่าตลาดยังให้พรีเมียมเสี่ยงฝั่งทะเลเหนือมากกว่าเล็กน้อย หากพาดหัวการเมืองโลกคลายลง สเปรดมีโอกาสแคบและกด WTI ให้เคลื่อนในกรอบ 58–60 มากขึ้นในระยะสั้น
ฝั่งสหรัฐ ตัวเลขสต็อกที่ “ดึงออก” ช่วยกันหลุดด้านล่าง แต่แรงขายจากดอลลาร์แข็งและความกังวลส่วนเกินอุปทานยังทำให้ทุกการเด้งมีแนวโน้มถูกขายทำกำไรเร็ว โดยเฉพาะใกล้ 60 ดอลลาร์
สิ่งที่ต้องเฝ้าระหว่างวัน
ทิศค่าเงินดอลลาร์และยีลด์ หากยืนสูงต่อ โอกาสที่ราคาจะยืนเหนือ 60 อย่างมั่นคงจะจำกัด
พาดหัวการเมืองรัสเซีย–ยูเครนและความคืบหน้าการเจรจา หากโมเมนตัมเชิงบวกต่อเนื่อง พรีเมียมเสี่ยงอุปทานจะหายไปอีกบางส่วน กดโทนราคาช่วงสั้น
สัญญาณจากโอเปกพลัสเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบกำลังผลิตต้นปีหน้า หากส่งสัญญาณเข้มขึ้นจะช่วยยกฐานราคา แต่ถ้าคงท่าทีผ่อน ควรคาดกรอบแกว่งมากกว่าขาขึ้นชัดเจน
มุมมองเชิงปฏิบัติสำหรับผู้อ่านไทย
โรงกลั่นเอเชียได้แรงหนุนจาก OSP ที่ลดลง ขณะภาพสต็อกสหรัฐตึงขึ้นเล็กน้อย แต่สำหรับผู้ลงทุนในตลาดหุ้นพลังงานไทย การเคลื่อนไหวของดอลลาร์และพาดหัวภูมิรัฐศาสตร์จะกำหนดทิศระยะสั้นมากกว่า จังหวะที่ราคาน้ำมันยืนเหนือ 60 พร้อมข่าวสต็อกดึงต่อเนื่อง จึงค่อยมีน้ำหนักต่อธีมบวกในกลุ่มพลังงานของภูมิภาค